เวลากาแฟ โดย วิรัตน์ แสงทองคำ

บางเรื่องราวและเวลากาแฟ มีความสำคัญ เป็นชิ้นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ถึงขั้นยกเป็นมรดกโลกทางภูมิปัญญา 

“เวลากาแฟ” ครานี้ ย้อนเวลากลับไปไกลกว่า 3 ศตวรรษ ไปไกลกว่าที่เคย

ที่ผ่านๆ มาให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ว่าด้วยความสัมพันธ์  “กาแฟ” กับสังคมแห่งยุคสมัย

ไม่ว่าช่วงคาบเกี่ยวภายใต้แรงเหวี่ยง Starbucks เครือข่ายร้านกาแฟอเมริกัน อุบัติขึ้นเมื่อ 4 ทศวรรษที่แล้ว ท่ามกลางช่วงเวลากาแฟคลื่นลูกที่หนึ่งกำลังถดถอย โดยเฉพาะกาแฟสำเร็จรูป ผลผลิตแบบอุตสาหกรรมของบริษัทระดับโลกกำลังเผชิญปัญหายอดขายตกต่ำ

Starbucks สามารถสร้างกระแสผู้คนกับกาแฟเข้าถึงวิถีแห่งกาแฟคลื่นลูกที่สอง ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับคุณภาพเมล็ดกาแฟ และวิธีทำ (Brewing skills) มีพลังอย่างเหลือเชื่อ เป็นโมเมนตัมส่งผ่านสู่กาแฟคลื่นลูกที่สาม หรือบ้างก็เรียก “Coffee in 21th Century” ปะทุขึ้นมายังไม่ถึง 2 ทศวรรษ กลิ่นอายและกระแสอันอบอวลปัจจุบัน

ร้านกาแฟอันหลากหลายผุดขึ้นอย่างน่าสนใจ กลายเป็นจุดแวะมีสีสันของเมืองทันสมัยทั่วโลก โดยขยายมิติแห่งคุณค่า เป็นห่วงโซ่ยาวยิ่งขึ้น จากคุณภาพเมล็ดกาแฟและวิธีทำ ย้อนกลับไปยังต้นธารถึงเกษตรกรสวนกาแฟ

ผมโชคดีมีโอกาสสัมผัสเครือข่ายร้านกาแฟอิสระ (Independent coffee shops) ใส่ใจในนาม “กาแฟพิเศษ” (specialty coffee) จากกระแสซึ่งเริ่มต้นจากฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา แถวๆ San Francisco และ Los Angeles ข้ามมหาสมุทรมายังเมืองหลวง Tokyo แห่งญี่ปุ่นก่อนที่ใดๆ อย่าง Blue Bottle Coffee และ Verve Coffee จนกระแสลมลามมาถึงเมืองใหญ่ๆ ในยุโรป โดยเฉพาะสหราชอาณาจักร อย่าง Edinburgh และ Manchester อย่างเรื่องราวการต่อสู้ของ The Disloyal7 @Edinburgh ไปจนถึงบริบทความสัมพันธ์ของ Takk @ Manchester

อีกช่วงหนึ่งซึ่งย้อนไปไกลขึ้นอีก ยุค Espresso กับประดิษฐกรรมเครื่องทำกาแฟใหม่ แม้เกิดขึ้นเมื่อกว่า 100 ปี กว่าจะสู่ตลาดวงกว้าง ล่วงมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมๆ กับ “เวลากาแฟ” บ่มได้ที่ถึงเวลาอันควร โดยคอกาแฟผู้ทรงอิทธิพลกลุ่มเล็กๆ ปรากฏตัวขึ้น ณ ร้านกาแฟในตำนาน

กรณี Café de Flore และ Les Deux Magots แห่งกรุงปารีส กับช่วงเวลาฝรั่งเศสเมื่อศตวรรษที่แล้ว เพิ่งผ่านพ้นยุคกษัตริย์เข้าสู่สาธารณรัฐที่ 3 มีรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง ร้านกาแฟในตำนานแห่งปารีสโดดเด่นเป็นพิเศษในยุค Espresso (ทศวรรษ 1940 และ 1950) ที่ชุมนุมเสวนาบรรดาศิลปิน นักคิด นักเขียน คนสำคัญของโลก อาทิ Jean-Paul Sartre Pablo Picasso Albert Camus) และ Ernest Hemingway

ความจริงแล้วยุคสมัยกาแฟยุโรปเปิดฉากขึ้นครั้งแรก ย้อนไกลไปกว่านั้นอีก ณ กรุงเวียนนา เมื่อกว่า 3 ศตวรรษที่แล้วเลยทีเดียว

ตำนานเรื่องราวอันตื่นเต้นเป็นผลพวงอันน่าทึ่งในยุทธภูมิขยายอิทธิพลสู่ยุโรปกลางของจักรวรรดิออตโตมัน พุ่งเป้าแรกยึดครองกรุงเวียนนา เปิดฉากด้วยยุทธการปิดล้อมเวียนนา (Siege of Vienna) ครั้งแรก เมื่อเกือบๆ 5 ศตวรรษที่แล้ว แผนการแห่งความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานต่อมาอีกมากกว่าศตวรรษ ก่อนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงเวลายุโรปเข้มแข็งขึ้น อาณาจักรออตโตมันอ่อนแอลง

กองทัพแห่งอาณาจักรออตโตมันไม่เพียงแสดงแสนยานุภาพอันน่าเกรงขามให้กว้างใหญ่ ยังแผ่กระจายกลิ่นอายกาแฟอบอวลมายังทิศตะวันตกด้วย มีเรื่องเล่าอันดราม่า หลังจากกองทัพตุรกีล่าถอย ได้พบถุงบรรจุเมล็ดกาแฟ (green beans) หะแรกคิดว่าเป็นอาหารของอูฐ เรื่องราวนั้นกลายเป็นตำนานพิสดาร การเกิดขึ้น–ร้านกาแฟแห่งกรุงเวียนนา (Viennese Coffee House) ร้านกาแฟแห่งแรกในยุโรป เมื่อ 334 ปีที่แล้ว

เป็นเรื่องคลาสสิก Viennese Coffee House คงบรรยากาศดั้งเดิมเฉพาะตัวยังคงอยู่ นำเสนอเมนูกาแฟหลากหลาย ขนมอบแบบเวียนนาดั้งเดิม (typical Viennese pastries) และหนังสือพิมพ์นานาชาติไว้ให้อ่าน นักเขียนชาวออสเตรียนคนหนึ่งบรรยาย เวลากาแฟอันช่างแตกต่างนั้นไว้ว่า “เหมือนคลับประชาธิปไตยแบบหนึ่ง (sort of democratic club) เปิดกว้างต้อนรับทุกคน บริการกาแฟราคาถูก ที่ที่สามารถนั่งได้นานเท่าที่ต้องการ สนทนา เล่นไพ่ ฯลฯ แม้กระทั่งอ่านหนังพิมพ์หรือวารสารได้อย่างไม่จำกัด”

เวลาที่นั่นเดินไปอย่างช้าๆ อย่างแตกต่าง ไม่รีบร้อน ไม่ใจร้อน ไม่ต้องคำนวณสัดส่วนค่ากาแฟ (กับอื่นๆ) ให้เหมาะสมกับเวลาที่นั่ง เช่นบางที่บางเวลาในบ้านเรา

แบบฉบับ Viennese Coffee House เติบโตอย่างมากในช่วงเปลี่ยนศตวรรษ (คริสต์ศตวรรษที่ 18 กับ 19) มีมากถึง 600 แห่ง ทว่าเมื่อผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง กระแสตกต่ำลงบ้าง ได้ปิดตัวไปจำนวนมาก อันเนื่องมาจากไลฟ์สไตล์ชาวเวียนนาได้เปลี่ยนแปลงไป

ปัจจุบันแบบฉบับ Viennese Coffee House อันเคร่งครัด ยังคงอยู่ราวๆ 50 แห่ง ทั้งในเวียนนาและเมืองใหญ่ในออสเตรีย

แรงกระตุ้นความสนใจกลับมาอีกครั้งไม่กี่ปีมานี้ (2554) เมื่อ UNESCO (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) หรือองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ประกาศให้ Viennese Coffee House Culture เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม หรือ มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage)

ขออภัยด้วยที่ไม่มีภาพประกอบมานำเสนอ ภาพ Exclusive จากมุมมองของผมเองอย่างเช่นที่เป็นมา ทว่าคงไม่นานเกินรอ ภาพและเรื่องราวที่มีสีสันหลากหลายแง่มุม ควรแต่งเติมขึ้น จะนำเสนอตามมาในตอนต่อๆ ไป  ด้วยผมกำลังจะเดินทางไกล ตั้งใจสัมผัสแบบฉบับ Viennese Coffee House สักครั้ง


เรื่องเกี่ยวเนื่อง

ตำนาน Café de Flore และ Les Deux Magots… อ่าน “ยุคสมัย Espresso

เรื่องราว Blue Bottle Coffee และ Verve Coffee…  อ่าน “รายทาง กับกระแส @Tokyo

ว่าด้วย The Disloyal7 @Edinburgh… อ่าน “พลังใหม่ รายเล็ก ๆ” และ “กระแสกาแฟเย็น@Edinburgh”

เกี่ยวกับ Takk… อ่าน  “พลังใหม่ ความคิดใหญ่

กาแฟคลื่นลูกที่ 2… อ่าน “ผ่านทาง…Starbucks


อ่าน “เวลากาแฟ” ทุกตอนได้ที่นี่


วิรัตน์ แสงทองคำ คอลัมนิสต์ ธุรกิจอิสระ ด้วยวัตรปฏิบัติ 4 ทศวรรษกับผลงานนับพันชิ้น งานบางส่วนปรากฏใน https://viratts.wordpress.com/และ https://www.facebook.com/วิรัตน์-แสงทองคำ เบื้องหลังฉาก “เวลากาแฟ” ดำเนินไปเป็นกิจวัตร ด้วยเรื่องราวและความคิดที่แตกต่าง เพิ่งจะเปิดสู่วงกว้างครั้งแรก @Marketeer online

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer