Life : มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับชีวิตเราในแต่ละวัน และหากเลือกได้ทุกคนคงอยากให้มีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามา แต่เราต่างรู้ดีว่านี่เป็นไปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม วันร้าย ๆ ที่ทำให้เราต้องเจออารมณ์ด้านลบทั้ง 4 คือ โกรธ กังวล เศร้า และเซ็ง ก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด เพราะเราสามารถพลิกให้เป็นพลังบวก ช่วยให้ลุกขึ้นยืนใหม่พร้อมไปคว้าความสำเร็จ แบบที่คาดไม่ถึง
โกรธ: ตามปกติแล้ว เราจะรู้สึกโกรธขึ้นมาหากเรื่องต่าง ๆ ไม่ตรงตามที่หวังหรือผลที่ออกไม่ผิดจากที่ตั้งไว้มาก ๆ แต่ขณะเดียวกันนี่ก็เป็นโอกาสให้ได้ขจัดอุปสรรคและแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น
อุปสรรคที่ว่านี้อาจเป็นได้หลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวในชีวิตการทำงานอย่าง คอมพ์ดันมาเสียตอนกำลังทำงานด่วน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ อย่างความอยุติธรรมทางสังคม

เมื่อรู้สึกโกรธ พลังความมุ่งในการแก้ปัญหาของเราจะพุ่งขึ้นถึงขีดสุด และจะเป็นประโยชน์มากกับสถานการณ์ที่ต้องใช้การตอบสนองอย่างรวดเร็ว หรือเต็มไปด้วยความท้าทาย เช่น โจทย์ปัญหายาก ๆ และเกมกีฬา
เคล็ดลับอีกอย่างในการใช้ความโกรธให้เป็นประโยชน์ คือ แสดงออกมาให้เห็นทางสีหน้าท่าทาง เพราะจะส่งสัญญาณเตือนให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้พ้นทาง เพื่อให้เรามีสมาธิกับงานได้เต็มที่
กังวล: อารมณ์ลบ ๆ ถัดมาที่สามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ได้แบบที่เราคาดไม่ถึงคือ ความกังวล โดยอารมณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกได้ถึงปัญหา ภัยคุกคามและอันตรายต่าง ๆ ซึ่งมีหลายระดับ

ตั้งแต่การพูดต่อหน้าคนหมู่มาก ไปจนถึงคนที่รักถูกคุกคาม แต่ความกังวลก็มีข้อดี เพราะมันกระตุ้นเราให้เตรียมพร้อมและรอบคอบ ดังนั้น เมื่อกังวลก็จงใช้เป็นโอกาสในการวางแผนและเตรียมตัว
แจกแจงรายละเอียดพร้อมหาแผนสำรอง เพื่อป้องกันความผิดพลาดและให้งานออกมาดีที่สุด
เศร้า: ความเศร้าเกิดขึ้นเมื่อเจอเรื่องผิดหวังโดยที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้แล้ว นี่ทำให้ร่างกายต้องระบายออกมาด้วยการร้องไห้ อารมณ์นี้เกิดขึ้นได้จากอะไรก็ตามที่ทำให้เราผิดหวัง

เช่น โปรเจกต์ใหญ่สุดสำคัญต่อหน้าที่การงานพังไม่เป็นท่า หรือรักษาชีวิตสมรสเอาไว้ไม่ได้ แต่มันก็มีข้อดี
เพราะนอกจากทำให้เปิดวาล์วร่างกายให้ได้ระบายผ่านน้ำตาแล้ว ยังเป็นการเตือนตัวเองให้คิดอย่างรอบคอบกว่าเดิม ลงลึกในรายละเอียดว่าเดิม เพื่อวางแผนไม่ให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยอีก
ส่วนน้ำตาที่ออกมายังเป็นการส่งสัญญาณให้ผู้อื่นเข้ามาปลอบหรือยื่นมือเข้ามาช่วยโดยที่เราไม่ต้องร้องขออีกด้วย
เซ็ง: อารมณ์เซ็งเกิดได้จาก 3 สถานการณ์ คือ เริ่มจากความสุขลดลงเมื่อเรื่องที่เคยทำให้ตื่นเต้นหรืออิ่มเอมกลายเป็นแค่ความปกติธรรมดา เช่น iPhone รุ่นล่าสุด สเปกจัดเต็มที่มีอยู่ตกรุ่นหลังรุ่นใหม่กว่าออกมา
ตามด้วย การไม่สนใจเหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน เช่น อยู่ในปาร์ตี้มาพักใหญ่ และสุดท้าย เมื่อมองไม่เป็นเป้าหมาย

แม้ความเซ็งเป็นอารมณ์ที่เราเข้าใจกันยากสุด เพราะยังมีการศึกษาน้อย แต่ก็ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมดและยังสามารถพลิกให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง
ในทางจิตวิทยาแล้ว ความเซ็งเป็นสัญญาณเตือนว่าต้องหาทางเปลี่ยนแปลงหรือหาวิธีหลุดจากสถานการณ์ทรง ๆ ไปให้ได้เสียที และบ่อยครั้งที่นี่คือบันไดก้าวแรกไปสู่การคิดนอกกรอบ และงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ
ดังนั้น ทุกครั้งเมื่อเซ็งให้หาอะไรใหม่ ๆ ทำ โดยสิ่งที่ได้คือความกระปรี้กระเปร่าและความคิดใหม่ งานใหม่ ไปจนถึงนวัตกรรม/fastcompany
–
