Work/ปัจจุบันญี่ปุ่นเปลี่ยนไปแทบทุกด้าน ซ้ำร้ายยังมีแต่ความถดถอย กลายเป็นตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน และเต็มไปด้วยขาลง เช่น ทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ถูกจีนและเกาหลีใต้แซงไปแล้ว

ด้านอุตสาหกรรมบันเทิงเช่น ซีรีส์และเพลง ที่เคยสร้างชื่อก็แพ้ให้กับเกาหลีใต้อีกเช่นกัน ขณะที่อุตสาหกรรมยนต์ค่ายรถญี่ปุ่น ก็ร่วงลงไปเป็นฝ่ายไล่ตาม เพราะประมาทว่ารถใช้น้ำมันจะยังขายได้ขายดี

ทั้งที่เทรนด์ตลาดมุ่งไปสู่รถอีวีแล้ว ท่ามกลางยอดขายรถอีวีแบรนด์จีนที่โตไม่หยุดจนถึงขั้นล้นตลาด ยังมีอีกความเคลื่อนไหวที่ย้ำว่าญี่ปุ่นเปลี่ยนไปแล้ว โดยช่วงไม่กี่ปีมานี้ คนรุ่นใหม่ญี่ปุ่นอายุ 27 ปีลงมา หรือกลุ่ม Gen Z ลาออกจากงานกันมากขึ้น

เพราะเห็นว่าพฤติกรรมของผู้บริหาร Gen X และ Babyboomer ที่อายุมากกว่าที่มักจะเหยียดเพศ สั่งให้ทำงานถึงดึกดื่น

จนสมดุลระหว่างงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิต (Work-Life Balance) ผิดเพี้ยน รวมไปถึงความไม่พอใจกฎระเบียบ แนวทางการบริหารของบริษัทเก่าแก่ที่อยู่มานานนั้นตกยุค

และสิ่งที่ทำกับสิ่งที่อยู่ในโฆษณารับสมัครซึ่งตรงข้ามกัน หรืออาการไม่ตรงปกต่าง ๆ ของบริษัทที่เข้าไปทำงาน เป็นที่ยอมรับไม่ได้

อีกปัจจัยที่ทำให้ Gen Z ญี่ปุ่นตัดสินใจลาออกได้เลยแบบไม่ต้องคิดนานคือ สามารถว่าจ้างบริษัทรับเคลียร์เรื่องลาออกให้ทั้งหมด หรือมาไทโชคุ ไดโกะ มาทำแทนได้ โดยปี 2023 มีรายงานว่าบริษัทในธุรกิจนี้ของญี่ปุ่นกำลังเติบโต

มาปี 2024 อัตราการเติบโตยังคงเพิ่มขึ้น โดย Albatross Co. หนึ่งในบริษัทเคลียร์เรื่องลาออกให้ เผยว่า จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น จากเคยอยู่ที่เฉลี่ย 200 คนต่อเดือน มาเมษายนที่ผ่านมาเพิ่มเป็น 1,400 คนแล้ว

และพฤษภาคมนี้ก็มากถึง 500 คน แซงหน้าค่าเฉลี่ยไปแล้ว สำหรับเหตุผลของการว่าจ้างให้ไปลาออกแทน ส่วนใหญ่คือไม่พอใจความเผด็จการของผู้บริหารรุ่นเก่า และเรื่องเข้าข่ายไม่ตรงปกต่าง ๆ

ส่วนลูกค้ากลุ่มใหญ่สุด คิดเป็น 60% ของลูกค้าทั้งหมด คือผู้ที่มีอายุระหว่าง 20 ปีถึง 30 ปี หรือ Gen Z และ Gen Y

การมีบริษัท ไทโชคุ ไดโกะ เข้ามายังทำให้คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ไม่ต้องฝืนเข้าบริษัทไปลาออก หมดห่วงเรื่องถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศจนหางานใหม่ยาก และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกฟ้องร้องอีกด้วย

ตามรายงงานของสื่อญี่ปุ่นระบุว่า กลุ่มธุรกิจไทโชคุ ไดโกะ กำลังเฟื่องฟู โดยปัจจุบันมีบริษัทในธุรกิจนี้เพิ่มเป็น 100 บริษัท ท่ามกลางยอดลูกค้าที่พร้อมจ่าย 20,000 ถึง 50,000 เยน (ราว 4,600 ถึง 11,600 บาท) ให้เคลียร์เรื่องลาออกแทนก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว  

ซึ่งลูกค้าก็มีหลากหลายอาชีพ ไล่ตั้งแต่พนักงานร้านสะดวกซื้อ หมอฟัน ฝ่ายไอทีฝีมือดี ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ศาลชินโต

ความเฟื่องฟูของบริษัทรับจบเรื่องลาออกในญี่ปุ่นยังสะท้อนว่า Gen Z ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เปลี่ยนงานบ่อย หรือ Job Hopper และการจ้างงานตลอดชีพ หรือ ชูชิน โคโย ของเหล่ามนุษย์เงินเดือน

หรือเรียกตามภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นว่า ซารารี่มัง ที่เคยเป็นกำลังสำคัญพาประเทศก้าวหน้า และฟื้นจากความเสียหายหลังแพ้สงคราม ด้วยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจน่าประทับใจนั้นตกยุคไปแล้ว

ความเปลี่ยนแปลงในสังคมการทำงานญี่ปุ่น ไม่ได้มีแต่เรื่องจ้างงานตลอดชีพที่ตกยุค และความเฟื่องฟูของบริษัทเคลียร์เรื่องลาออกเท่านั้น โดยช่วงไม่กี่ปีมานี้เหล่าซาลารี่มังรุ่นใหม่พากันปฏิเสธการไปสังสรรค์หลังเลิกงาน

เพราะเห็นว่า ทำให้เสียสุขภาพ เปลืองเวลา และทำให้เสียภาพลักษณ์ ประกอบกับเงินเดือนก็ยังไม่สูงขนาดบรรดารุ่นพี่ในบริษัท จนสามารถใช้จ่ายไปกับการสังสรรค์

การไม่ไปสังสรรค์หลังเลิกงานของซาลารี่มังรุ่นใหม่ ยังส่งผลต่อเนื่องให้ตลาดเหล้า-เบียร์ญี่ปุ่นหดตัวจน Kirin ยักษ์เครื่องดื่มญี่ปุ่นที่ดังมาจากเบียร์ ต้องทุ่มงบพัฒนาและผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพออกมาแก้เกม/japantoday


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer