ย้อนกลับไปปี 2012 ตอนที่ Google เปิดตัว Google Glass โลกเทคโนโลยีถึงกับฮือฮา นี่มันแว่นตาอัจฉริยะจากหนังไซไฟชัด ๆ แค่ใส่ไว้ก็สามารถถ่ายรูป สั่งงานด้วยเสียง ดูแผนที่ หรือแม้แต่วิดีโอคอลได้ ฟังดูเหมือนอนาคตมาถึงแล้วใช่ไหม

แต่สุดท้ายมันกลับเป็นหนึ่งในความล้มเหลวครั้งใหญ่ของ Google จากความหวังของวงการกลายเป็นของเล่นราคาแพงที่ไม่มีใครอยากได้

แล้วมันพลาดตรงไหน

จุดเริ่มต้น: ฝันไกลไปหรือเปล่า

Google Glass เป็นโปรเจกต์จาก “Google X” ซึ่งเป็นแล็บลับของ Google ที่สร้างเทคโนโลยีสุดล้ำออกมา โฆษณาเปิดตัวก็ดูอลังการ คนเดินไปตามท้องถนน สั่งงานด้วยเสียง เปิดแผนที่แบบไม่ต้องใช้มือ แถมยังถ่ายรูปจากมุมมองสายตาได้เลย

แต่สิ่งที่เห็นในวิดีโอกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันมันต่างกันมาก

ทำไม Google Glass ถึงพังไม่เป็นท่า

1. แพงเกินไป

Google ตั้งราคาของรุ่น Explorer Edition ไว้ที่ 1,500 ดอลลาร์ หรือราว ๆ ห้าหมื่นบาท เรียกได้ว่าแพงกว่าสมาร์ตโฟนระดับเรือธงในตอนนั้น ซึ่งทำให้มันกลายเป็นของเล่นสำหรับเศรษฐีมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่คนทั่วไปจะเข้าถึงได้

2. ดีไซน์แปลก ไม่แมส

แม้ว่ามันจะดูล้ำ แต่ความจริงคือมันดูแปลกมาก คนที่ใส่เดินตามท้องถนนจะกลายเป็นเป้าสายตาทันที เพราะไม่มีใครเข้าใจว่ามันคืออะไร และที่สำคัญคือมันไม่เหมือนแว่นธรรมดาที่ใส่แล้วดูเท่

3. ความเป็นส่วนตัวเป็นศูนย์

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ Google Glass คือมันมีกล้องติดอยู่ตลอดเวลา คนรอบข้างไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่ใส่กำลังถ่ายรูปหรือวิดีโออยู่ไหม จนเกิดกระแสต่อต้านหนักมาก บาร์ โรงหนัง และร้านอาหารหลายแห่งถึงขั้นออกกฎห้ามใส่ Google Glass เข้ามาในร้าน บางคนที่ใส่ไปเดินเล่นถึงกับโดนเรียกว่า “Glasshole” เพราะคนอื่นมองว่าน่ารำคาญและล้ำเส้นเกินไป

4. ใช้งานจริงไม่ได้ดีขนาดนั้น

แม้ว่าคอนเซ็ปต์จะล้ำ แต่ประสบการณ์ใช้งานจริงยังห่างไกลจากคำว่า “ดี” เช่น แบตฯ หมดเร็ว คำสั่งเสียงยังไม่แม่นยำ และหน้าจอเล็กเกินกว่าจะใช้ทำอะไรที่ซับซ้อนได้จริง

จุดจบของ Google Glass

ปี 2015 Google ประกาศหยุดขาย Google Glass รุ่นแรก และแม้จะพยายามนำไปใช้ในอุตสาหกรรม เช่น โรงงาน หรือการแพทย์ แต่สุดท้ายในปี 2019 โครงการก็ถูกยกเลิกไปแบบเงียบ ๆ

สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต กลับกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาถึงเร็วเกินไป และไม่เข้ากับพฤติกรรมของคนในยุคนั้น

บทเรียนจากความล้มเหลว

Google Glass อาจล้มเหลว แต่มันได้สอนบทเรียนสำคัญให้วงการเทคโนโลยี

• แค่ล้ำอย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้ากับสังคมด้วย

• ราคาและดีไซน์ต้องเอื้อต่อการใช้งานจริง

• ความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้

แม้ว่า Google Glass จะหายไปจากตลาด แต่แนวคิดของมันยังคงส่งอิทธิพลต่อแว่น AR และอุปกรณ์สวมใส่อื่น ๆ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีแบบนี้อาจกลับมาอีกครั้งในอนาคต เพียงแต่อาจต้องมาในรูปแบบที่ “ใช่” มากกว่านี้


เรื่อง: เอกพล ไอศวรรยธรรม


ซีรีส์ “สร้างมาให้ Fail”  มีด้วยกัน 12 Episodes

EP.1: Google+ : โซเชียลเน็ตเวิร์กที่ล้มเหลวสมบูรณ์แบบ

EP.2 : Microsoft Zune: ฝันใหญ่ของไมโครซอฟท์ที่พ่ายแพ้ให้กับ iPod

EP.3 : Skype โทรคุยข้ามโลกที่กลายเป็นเรื่องตกยุค

EP.4 : Segway จากนวัตกรรมเปลี่ยนโลก สู่บทเรียนธุรกิจราคาแพง

EP.5 : Samsung Galaxy Note 7 จากสมาร์ตโฟนในฝัน สู่ฝันร้ายทางเทคโนโลยี

EP.6 : Juicero: เครื่องคั้นน้ำผลไม้ 400 ดอลลาร์ที่ “คั้น” วงการสตาร์ทอัปจนพัง

EP.7 : Google Glass: นวัตกรรมสุดล้ำที่พังเพราะล้ำเกินไป